แทงบอลออนไลน์ ไม่ขอเสี่ยง ! ติเลอมองส์ ยอมรับ ปฏิเสธปืน ก่อนเซ็นซบ โมนาโก

แทงบอลออนไลน์

ยูริ ติเลอมองส์ ยอดกองกลางดาวโรจน์ผู้มีพรสวรรค์สูงสุดแห่งยุค ออกมาเปิดเผยแล้วว่าได้ปฏิเสธ อาร์เซนอล ก่อนเลือกย้ายจาก อันเดอร์เลชท์ มาอยู่ โมนาโก ในช่วงซัมเมอร์นี้จริง

แทงบอลออนไลน์ “ผมไม่ได้รู้อะไรมากนักว่าตัวเองจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรในทีม อาร์เซนอล ได้” ติเลอมองส์ กล่าว

“ผู้จัดการทีมบอกผมว่าเขาต้องการเก็บนักเตะชุดเดิมเอาไว้ให้ได้ รวมถึงการตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงมากในการสู้ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้”

“ตอนนั้นผมพยายามที่จะคิดเกี่ยวกับตัวเองอย่างซื่อสัตย์ให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงมองเข้าไปที่แผงมิดฟิลด์ของ อาร์เซนอล ในชุดปัจจุบันนี้ และก็พบว่ามีแต่ผู้เล่นระดับท็อปของโลกอยู่เต็มไปหมด”

“และคำตอบก็คือ อา… ฉันคงจะไม่ได้ลงสนามบ่อยเท่าที่ต้องการกับสโมสรแห่งนี้แน่นอน ฉะนั้นจึงตัดสินใจว่าจะไม่เซ็นสัญญากับ อาร์เซน เวนเกอร์”

“ย้ำอีกครั้งนะ ที่ปฏิเสธพวกเขาไม่ใช่เพราะอยากไปเล่นให้ทีมอื่น แต่มันเป็นเรื่องความเหมาะสมกับการอยากลงสนามให้ได้มากที่สุดเท่านั้นเอง”

SBOBET ข้ากลับมาแล้ว ! เนดเวด หวนค้าแข้งอีกครั้ง ในสโมสรเดียวกันกับลูกชาย

SBOBET

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องเซอร์ไพร์สวงการลูกหนังของสัปดาห์นี้เลยทีเดียว เมื่อ พาเวล เนดเวด อดีตกองกลางระดับตำนานของ ยูเวนตุส และทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก กลับมาเป็นนักฟุตบอลอีกครั้ง

SBOBET โดย เนดเวด นั้นได้แขวนสตั๊ดกับทีมเจ้าม้าลายอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ปี 2009 แล้ว ก่อนจะขึ้นรับตำแหน่งรองประธานบอร์ดบริหารต่อจนถึงปัจจุบัน

แต่ล่าสุดเจ้าตัวก็ทำให้คอลูกหนังต้องตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อตัดสินใจเซ็นสัญญาค้าแข้งใหม่อีกครั้งกับสโมสรในลีกสมัครเล่นที่บ้านเกิดอย่าง สคาลนา ซึ่งเป็นทีมแรกที่ เนดเวด เริ่มเล่นฟุตบอลเป็นอาชีพครั้งแรกด้วย

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขากลับมาใส่สตั๊ดลงวิ่งอีกครั้งในวัย 45 ปี ก็น่าจะเป็นเพราะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของ สคาลนา เลยอยากจะเล่นฟุตบอลด้วยกันนั่นเอง

พาเวล เนดเวด นอกจากจะเป็นนักเตะระดับตำนานของทีมดังอย่าง ยูเวนตุส และทีมชาติเช็กแล้ว เขายังเคยคว้ารางวัล บัลลงดอร์ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 2003 อีกด้วยนับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องเซอร์ไพร์สวงการลูกหนังของสัปดาห์นี้เลยทีเดียว เมื่อ พาเวล เนดเวด อดีตกองกลางระดับตำนานของ ยูเวนตุส และทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก กลับมาเป็นนักฟุตบอลอีกครั้ง

โดย เนดเวด นั้นได้แขวนสตั๊ดกับทีมเจ้าม้าลายอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ปี 2009 แล้ว ก่อนจะขึ้นรับตำแหน่งรองประธานบอร์ดบริหารต่อจนถึงปัจจุบัน

แต่ล่าสุดเจ้าตัวก็ทำให้คอลูกหนังต้องตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อตัดสินใจเซ็นสัญญาค้าแข้งใหม่อีกครั้งกับสโมสรในลีกสมัครเล่นที่บ้านเกิดอย่าง สคาลนา ซึ่งเป็นทีมแรกที่ เนดเวด เริ่มเล่นฟุตบอลเป็นอาชีพครั้งแรกด้วย

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขากลับมาใส่สตั๊ดลงวิ่งอีกครั้งในวัย 45 ปี ก็น่าจะเป็นเพราะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของ สคาลนา เลยอยากจะเล่นฟุตบอลด้วยกันนั่นเอง

พาเวล เนดเวด นอกจากจะเป็นนักเตะระดับตำนานของทีมดังอย่าง ยูเวนตุส และทีมชาติเช็กแล้ว เขายังเคยคว้ารางวัล บัลลงดอร์ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 2003 อีกด้วย

พนันฟุตบอลออนไลน์ น้ำตาร่วง ! มุสตาฟี กล้ามเนื้อฉีก สังเวยเกมทีมชาติ เยอรมนี 5-1 อาเซอร์ไบจาน

พนันฟุตบอลออนไลน์

ต้องสังเวยนักเตะชื่อดังเพิ่มกันอีกคนแล้วสำหรับช่วงพักเบรกทีมชาติต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยมี ชโคดราน มุสตาฟี กองหลังคนสำคัญของทีมชาติเยอรมนี และ อาร์เซนอล เป็นรายล่าสุดจากเกมเมื่อคืนนี้

พนันฟุตบอลออนไลน์ เกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กลุ่ม C ระหว่าง เยอรมนี กับ อาเซอร์ไบจาน นั้นถึงแม้ผลจะจบลงด้วยสกอร์มโหราฬถึง 5-1 แต่ โยอาคิม เลิฟ ก็ไม่ได้แฮปปี้มากนัก เนื่องจาก มุสตาฟี ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องหามออกนอกสนามไปในนาทีที่ 36

“สำหรับ มุสตาฟี นั้นดูเหมือนว่ากล้ามเนื้อหรือว่าเส้นใยกล้ามเนื้อของเขาจะฉีกขาด ซึ่งผมกลัวเหลือเกินว่ามันจะรุนแรงกว่าที่คิด” กุนซือมาดเท่ กล่าว

และจากที่ผู้จัดการทีมอินทรีเหล็กให้สัมภาษณ์ไว้หลังผ่านการประเมินผลรอบแรก ทำให้แอบจับใจความได้ว่า มุสตาฟี นั้นอาจต้องพักยาวเพราะอาการบาดเจ็บในครั้งนี้

ฉะนั้นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความโชคร้ายในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็น อาร์เซน เวนเกอร์ กับสโมสรอาร์เซนอล ของเขานั่นเอง เรียกว่าช่วงเบรกทีมชาตินี่อาถรรพ์ของจริงเลยก็ว่าได้

แทงฟุตบอลออนไลน์ ที่สุดของผี ! อดีตบอร์ดปีศาจแดง เผยชื่อ 5 การซื้อตัวที่แกร่งเหนือใครในยุคตน

แทงฟุตบอลออนไลน์

เชื่อว่าสาวกปีศาจแดงส่วนมากน่าจะรู้จัก มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส อดีตบอร์ด บริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปี 2002 คนนี้เป็นอย่างดี
PLAYING: Top 10 ศึกดาร์บีแมตซ์ที่แซ่บที่สุดในโลก

แทงฟุตบอลออนไลน์ AD
00:16 / 00:30

และด้วยความที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่ได้ยิ่งใหญ่มากนักทำให้เขาเคยผ่านการดูแลนักเตะเก่ง ๆ มากมาย ซึ่งล่าสุด เอ็ดเวิร์ดส เปิดเผยแล้วว่าใครคือการซื้อตัวที่สุดของสโมสร ในยุคของตัวเอง
1. เอริค คันโตนา
Clive Brunskill/GettyImages
“ผมดีใจที่ได้ตัว คันโตนา เข้ามา แค่ดูเฉพาะถ้วยแชมป์ที่เราได้ครองหลังมีเขาก็รู้แล้วว่ายิ่งใหญ่เพียงใด 4 แชมป์ลีกในรอบ 5 ปีเลยนะ แถมยังได้ดับเบิ้ลแชมป์ 2 ปีอีกต่างหาก” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

2. ปีเตอร์ ชไมเคิล
Elisenda Roig/GettyImages
“ปีเตอร์ ย้ายมาอยู่กับเราด้วยค่าตัว 505,000 ปอนด์ บอกเลยว่านี่คือดีลที่คุ้มค่าสุด ๆ เมื่อเทียบกับผลงาน และความสำเร็จของเขาตลอด 8 ปีกับเรา สุดยอดจริง” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว
3. เดนิส เออร์วิน
Clive Brunskill/GettyImages
“สำหรับ เออร์วิน นั้นเราได้ตัวเขามาด้วยมูลค่าแค่ 700,000 ปอนด์เท่านั้น และเขาก็อยู่กับเรานาน 8-9 ปีเลยทีเดียว แถมยังได้แชมป์กับเราถึง 7 ครั้งเลยทีเดียว เขาคือส่วนสำคัญ เป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

4. ไบรอัน ร็อบสัน
Simon Bruty/GettyImages
“ค่าตัวของ ร็อบสัน ในตอนนั้นคือ 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่งบอกตามตรงว่าแพงมาก เพราะสถิติของเกาะอังกฤษเลยทีเดียว”

“เขาคว้าแชมป์กับเราได้มากมาย เป็นผู้นำตัวจริง บัญชาเกมแดนกลางอย่างสมบูรณ์ เติมขึ้น ถอยลง อย่างแข็งแกร่ง ยิงประตูสำคัญ ๆ ได้เยอะด้วย” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

5. รอย คีน
Laurence Griffiths/GettyImages
“รอย คีน เป็นผู้เล่นที่มหัศจรรย์มาก และเหมาะสมจะรับบทกัปตันต่อจาก ร็อบสันอย่างแท้จริง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เราแทบไม่มั่นใจในตัวเด็กคนนี้เลยด้วยซ้ำ” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

สมัครบาคาร่า SBOBET ย้อนรอย ! มาดู 3 ลำดับดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก 25 ปี ล่าสุดกัน

สมัครบาคาร่า SBOBET

หลังจากที่ลีกยอดนิยมแห่งเกาะอังกฤษ แข่งขันกันมายาวนาน 25 ฤดูกาล เข้าฤดูกาลที่ 26 ในแต่ละปีที่ผ่านมาใครคือดาวซัลโวประจำฤดูกาลนั้น ๆ บ้าง วันนี้ 90min ประเทศไทย ขออาสาย้อนรอยดาวซัลโวในปีนั้น ๆ ให้ท่านผู้อ่านได้รำลึกนึกถึงกัน

สมัครบาคาร่า SBOBET นับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกกันมาเมื่อปี 1992 เราก็ชมฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษภายใต้ชื่อ พรีเมียร์ลีก กันมาถึง 25 ฤดูกาลเต็ม ๆ เข้าไปแล้ว
25. ฤดูกาล 2016/17
Julian Finney/GettyImages
1. แฮร์รี เคน (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์) – 29 ประตู
2. โรเมลู ลูกากู (เอฟเวอร์ตัน) – 25 ประตู
3. อเล็กซิส ซานเชซ (อาร์เซนอล) – 24 ประตู
24. ฤดูกาล 2015/16
Richard Heathcote/GettyImages
1. แฮร์รี เคน (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์) – 25 ประตู
2. เซอร์คิโอ อเกวโร (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) – 24 ประตู
3. เจมี วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้) – 24 ประตู
23. ฤดูกาล 2014/15
IAN MACNICOL/GettyImages
1. เซอร์คิโอ อเกวโร (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) – 26 ประตู
2. แฮร์รี เคน (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์) – 21 ประตู
3. ดิเอโก้ คอสต้า (เชลซี) – 20 ประตู
22. ฤดูกาล 2013/14
PAUL ELLIS/GettyImages
1. หลุยซ์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล) – 31 ประตู
2. แดเนียล สเตอร์ริดจ์ (ลิเวอร์พูล) – 21 ประตู
3. ยาย่า ตูเร (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) – 20 ประตู
21. ฤดูกาล 2012/13
Clive Brunskill/GettyImages
1. โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 26 ประตู
2. หลุยซ์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล) – 23 ประตู
3. แกเร็ธ เบล (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์) – 21 ประตู
20. ฤดูกาล 2011/12
GLYN KIRK/GettyImages
1. โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ (อาร์เซนอล) – 30 ประตู
2. เวนย์ รูนีย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 27 ประตู
3. เซอร์คิโอ อเกวโร (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) – 23 ประตู
19. ฤดูกาล 2010/11
ADRIAN DENNIS/GettyImages
1. ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ (แมนเขสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 20 ประตู
2. คาร์รอส เตเบซ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) – 20 ประตู
3. โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ (อาร์เซนอล) – 18 ประตู
18. ฤดูกาล 2009/10
CARL DE SOUZA/GettyImages
1. ดิดิเยร์ ดร็อกบา (เชลซี) – 29 ประตู
2. เวยน์ รูนัย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 26 ประตู
3. ดาร์เรน เบนท์ (แอสตัน วิลลา) – 24 ประตู
17. ฤดูกาล 2008/09
CARL DE SOUZA/GettyImages
1. นิโคลาส อเนลก้า (เชลซี) – 19 ประตู
2. คริสเตียโน โรนัลโด้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 18 ประตู
3. สตีเวน เจอร์ราด (ลิเวอร์พูล) – 16 ประตู
16. ฤดูกาล 2007/08
FABRICE COFFRINI/GettyImages
1. คริสเตียโน โรนัลโด้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 31 ประตู
2. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (อาร์เซนอล) – 24 ประตู
3. เฟอร์นันโด้ ตอร์เรส (ลิเวอร์พูล) – 24 ประตู
15. ฤดูกาล 2006/07
Jamie McDonald/GettyImages
1. ดิดิเยร์ ดร็อกบา (เชลซี) – 20 ประตู
2. เบนนี แมคคาร์ทีร์ (แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส) – 18 ประตู
3. คริสเตียโน โรนัลโด้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 17 ประตู

14. ฤดูกาล 2005/06
Laurence Griffiths/GettyImages
1. เธียร์รีย์ อองรี (อาร์เซนอล) – 27 ประตู
2. รุด ฟาน นิสเตอรอย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 21 ประตู
3. ดาร์เรน เบนท์ (ชาร์ลตัน แอธเลติก) – 18 ประตู
13. ฤดูกาล 2004/05
FRANCK FIFE/GettyImages
1. เธียร์รีย์ อองรี (อาร์เซนอล) – 25 ประตู
2. แอนดรูว์ จอห์นสัน (คริสตัล พาเลซ) – 21 ประตู
3. โรแบร์ ปิแรส (อาร์เซนอล) – 14 ประตู
12. ฤดูกาล 2003/04
ODD ANDERSEN/GettyImages
1. เธียร์รัย์ อองรี (อาร์เซนอล) – 30 ประตู
2. อลัน เชียร์เรอ (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด) – 22 ประตู
3. หลุยซ์ ซาฮา (ฟูแลม – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 20 ประตู
3. รุด ฟาน นิสเตอรอย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 20 ประตู
11. ฤดูกาล 2002/03
ADRIAN DENNIS/GettyImages
1. รุด ฟาน นิสเตอรอย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 25 ประตู
2. เธียร์รีย์ อองรี (อาร์เซนอล) – 24 ประตู
3. เจมส์ เบีียทตี้ (เซาท์แธมป์ตัน) 23 ประตู
10. ฤดูกาล 2001/02
Ben Radford/GettyImages
1. เธียร์รีย์ อองรี (อาร์เซนอล) – 24 ประตู
2. จิมมี ฟอยด์ ฮัดเซลแบงค์ (เชลซี) – 23 ประตู
2. อลัน เชียร์เลอ (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด) – 23 ประตู
2. รุด ฟาน นิสเตอรอย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 23 ประตู
3. ไมเคิล โอเวน (ลิเอวร์พูล) – 19 ประตู
9. ฤดูกาล 2000/01
Clive Brunskill/GettyImages
1. จิมมี ฟอยด์ ฮัดเซลแบงค์ (เชลซี) – 23 ประตู
2. มาร์คัส สจวร์ต (อิปสวิช ทาวน์) – 19 ประตู
3. เธียร์รีย์ อองรี (อาร์เซนอล) – 17 ประตู
3. มาร์ค วิดูก้า (ลีดส์ ยูไนเต็ด) 17 ประตู
8. ฤดูกาล 1999/00
Gary M. Prior/GettyImages
1. เควิน ฟิลิปป์ (ซันเดอร์แลนด์) – 30 ประตู
2. อลัน เชียร์เลอ (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด) – 23 ประตู
3. ดไวท์ ยอร์ค (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 20 ประตู
7. ฤดูกาล 1998/99
Ross Kinnaird/GettyImages
1. จิมมี ฟอยด์ ฮัดเซลแบงค์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด) – 18 ประตู
2. ไมเคิลโอเวน (ลิเวอร์พูล) – 18 ประตู
2. ดไวท์ ยอร์ค (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 18 ประตู
3. นิโคลาส อเนลก้า (อาร์เซนอล) – 17 ประตู
6. ฤดูกาล 1997/98
Gary M. Prior/GettyImages
1. ไมเคิล โอเวน (ลิเวอร์พูล) – 18 ประตู
1. ดิออน ดับลิน (โคเวนที้ ซิตี้) – 18 ประตู
1. คริส ซัตตัน (แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส) – 18 ประตู
2. เดนิส เบิร์คแคมป์ (อาร์เซนอล) – 16 ประตู
2. เควิน กัลลาเกอร์ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส) – 16 ประตู
2. จิมมี ฟอยด์ ฮัดเซลแบงค์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด) – 16 ประตู
3. แอนดี้ โคล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 15 ประตู
5. ฤดูกาล 1996/97
Graham Chadwick/GettyImages
1. อลัน เชียร์เรอ (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด) – 25 ประตู
2. เอียน ไรท์ (อาร์เซนอล) – 23 ประตู
3. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (ลิเวอร์พูล) – 18 ประตู
3. โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 18 ประตู
4. ฤดูกาล 1995/96
Michael Cooper/GettyImages
1. อลัย เชียร์เรอ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส) – 31 ประตู
2. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (ลิเวอร์พูล) – 28 ประตู
3. เลส เฟอร์ดินานด์ (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด) – 25 ประตู
3. ฤดูกาล 1994/95
Mike Hewitt/GettyImages
1. อลัน เชียร์เรอร์ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส) – 34 ประตู
2. ร็อบบี้ ฟาวเรอร์ (ลิเวอร์พูล) – 25 ประตู
3. เลส เฟอร์ดินานด์ (ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส) – 24 ประตู
2. ฤดูกาล 1993/94
Simon Bruty/GettyImages
1. แอนดี้ โคล (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด) – 34 ประตู
2. อลัน เชียร์เรอ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส) – 31 ประตู
3. แมธทิว ลี ทิสเซอร์ (เซาท์แธมป์ตัน) – 25 ประตู
3. คริส ซัตตัน (นอร์ริช ซิตี้) – 25 ประตู
1. ฤดูกาล 1992/93
Getty Images/GettyImages
1. เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์) – 22 ประตู
2. เลส เฟอร์ดินานด์ (ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส) – 20 ประตู
3. ดีน โฮลด์สเวิร์ธ (วิมเบิลดัน) – 19 ประตู

สมัครสโบเบ็ต ไม่ได้โม้ ! จ่ามู โว ตัวเองเจ๋งกว่าตอนอยู่ สิงห์, ชมดาวซัลโว พรีเมียร์ แข็งแกร่งขึ้น

สมัครสโบเบ็ต

โฆเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาพูดว่าตัวเขาเองมีความยอดเยี่ยมในตอนนี้กับ ปีศาจแดง มากกว่าเมื่อสมัยอยู่กับ เชลซี

สมัครสโบเบ็ต แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างสวยหนู ด้วยการไม่แพ้ใครมาแล้ว 7 เกม ใน พรีเมียร์ลีก ด้วยกัน ทำให้ตอนนี้พวกเขาขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 2 ของตาราง ทำแต่มเท่าคู่แข่งสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วด้วย

มูรินโญ เคยคุมทีมทั้ง ปอร์โต้, เชลซี, อินเตอร์ มิลาน รวมไปถึง เรอัล มาดริด มาก่อนหน้านั้น เขาเองรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีประสบการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าช่วงแรก ๆ ที่เขาเริ่มคุมทีม

“หนทางที่ผมใช้ในการจัดการกับปัญหา ความยากต่าง ๆ นั้น ผมรํ้สึกถึงการมีประสบการณ์และการเติบโต” กุนซือ เดอะ สเปเชียล วัน กล่าว

มูรินโญ ยังกล่าชื่นชม โรเมลู ลูกากู ที่ขึ้นไปเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ตอนนี้ ซึ่งเขาทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาก่อนที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์

“ผมไม่ได้พูดเกี่ยวกับผลงานหรอกนะ เพราะว่าถ้าคุณดูมันจริง ๆ แล้ว พวกเราทำสิ่งที่น่ามหัศจรรย์เอามาก ๆ เลยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีบางสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อนในการค้าแข้งที่ผ่านมาของเขาเลย” นายใหญ่ โปรตุเกส พูดไว้เมื่อปลายเดือนกันยายน

“เรื่องการพัฒนาของเขา ผมคิดว่าในทุก ๆ ก้าวที่เขาเติมโตขึ้นมานั้น เขาคว้าโอกาสด้วยมือของเขาเอง ตั้งแต่การยืมตัวครั้งแรกกับ เวสต์บรอม”

“แชมเปียนส์ลีก มันคือความฝันของเขา แล้วในที่สุดก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมไม่คิดว่าเขาจะโฟกัสเรื่องอื่น ๆ นอกจากความสำเร็จหรอก”

สมัครเว็บบอล เลิกสงสัย ! คล็อปป์ แจงเหตุ ทำไมดร็อป ย่างไก่ ใส่ เต้ยโศก เกมฉะสาลิกา

สมัครเว็บบอล

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยแล้วว่าเหตุใดจึงตัดสินใจดร็อป โรแบร์โต เฟอร์มิโน เอาไว้ข้างสนามแล้วส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงมาเป็นตัวจริงในเกมเสมอ นิวคาสเซิล 1-1 เมื่อคืนนี้

สมัครเว็บบอล หลังบุกไปควักแต้มจาก เซนต์ เจมส์พาร์ค ได้แค่ 1 คะแนน กุนซือชาวเยอรมันถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของการตัดสินใจเลือกใช้นักเตะในตำแหน่งหน้าเป้า แต่เจ้าตัวก็มีเหตุผลที่ฟังขึ้น

“ที่ผมตัดสินใจส่ง ดาเนียล ลงสนามเป็นตัวจริงก็เพราะมันถึงเวลาแล้ว นี่คือเวลาของเขา !” คล็อปป์ กล่าว

“ในการฝึกซ้อมทุก ๆ เซสซั่น ดาเนียล ทำงานได้น่าประทับใจมากที่สุด และเขาก็เป็นคนที่สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้อย่างสูงจากเกมที่เราชนะ เลสเตอร์ ซิตี้”

“ฉะนั้นผมจึงต้องการปลดปล่อยเขาออกจากการถูกดองแล้วก็เริ่มต้นลงเล่นต่อเนื่องอีกครั้ง”

ทั้งนี้หลายคนเข้าใจว่า คล็อปป์ อาจจะแอบลังเลอยู่เล็ก ๆ เนื่องจากไม่กี่วันก่อนหน้า โดนรุมวิจารณ์ว่าทีมขาดผู้เล่นที่เป็นหน้าเป้า No.9 ขนานแท้ เลยต้องการพิสูจน์ว่าที่ถูกด่าอยู่นั้นไม่ได้เป็นความจริง

แทงบอล รุ่งแน่นอน ! เดโฟ มั่นใจ แรชฟอร์ด จะเก่งเทียบชั้น กุน ได้ในอนาคต

แทงบอล

เจอร์แมน เดโฟ ยอดสไตรเกอร์ ชาวอังกฤษ กล่าวแสดงความชื่นชมต่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่ามีโอกาสก้าวขึ้นไปเก่งเทียบเท่า เซร์คิโอ อเกวโร จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในอนาคตเลยทีเดียว

แทงบอล “มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อมาก ผมว่าความสามารถแฝงของเขานั้นคงจะไร้ที่สิ้นสุดราวกับท้องฟ้าเลยทีเดียว” เดโฟ กล่าวชม

“ผมสังเกตเห็นได้เลยนะว่าก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เขามักดูนิ่งและผ่อนคลายแบบสุด ๆ จากนั้นก็ลงไปช่วยสร้างสรรค์เกมรุกอย่างมีประสิทธิภาพ และรอดูได้เลย เด็กมันจะยิงได้ 20-25 ประตูต่อฤดูกาลแน่”

“ส่วนจะก้าวไปเก่งเทียบเท่ากับพวกแข้งระดับ เซร์คิโอ อเกวโร ได้ไหมนั้น ก็ต้องยอมรับว่าได้แน่ แต่อันดับแรกสุด เขาต้องยิงให้ได้ 20 ลูกต่อซีซั่นก่อน”

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คุณคงเห็นกันแล้วว่าเขาเริ่มยิงได้และมีความมั่นใจสูงขึ้น”เจอร์แมน เดโฟ ยอดสไตรเกอร์ ชาวอังกฤษ กล่าวแสดงความชื่นชมต่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่ามีโอกาสก้าวขึ้นไปเก่งเทียบเท่า เซร์คิโอ อเกวโร จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในอนาคตเลยทีเดียว

“มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อมาก ผมว่าความสามารถแฝงของเขานั้นคงจะไร้ที่สิ้นสุดราวกับท้องฟ้าเลยทีเดียว” เดโฟ กล่าวชม

“ผมสังเกตเห็นได้เลยนะว่าก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เขามักดูนิ่งและผ่อนคลายแบบสุด ๆ จากนั้นก็ลงไปช่วยสร้างสรรค์เกมรุกอย่างมีประสิทธิภาพ และรอดูได้เลย เด็กมันจะยิงได้ 20-25 ประตูต่อฤดูกาลแน่”

“ส่วนจะก้าวไปเก่งเทียบเท่ากับพวกแข้งระดับ เซร์คิโอ อเกวโร ได้ไหมนั้น ก็ต้องยอมรับว่าได้แน่ แต่อันดับแรกสุด เขาต้องยิงให้ได้ 20 ลูกต่อซีซั่นก่อน”

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คุณคงเห็นกันแล้วว่าเขาเริ่มยิงได้และมีความมั่นใจสูงขึ้น”

สมัคร M8BET ระวังให้ดี ! เจอร์ราร์ด เตือน สิงห์ หลัง อาซาร์ ระเบิดฟอร์มสุดยอดฤดูกาลนี้

สมัคร M8BET

สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันผู้ยิ่งยงของ ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์ชื่นชม เอเดน อาซาร์ ปีกดาวดังของ เชลซี ว่าเก่งสุดในลีกอังกฤษ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องระวังการเข้ามาตามจีบของ บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ให้ดี

สมัคร M8BET “เมื่อผมเห็นความมั่นใจ และออร่าที่เปล่งประกายออกมาจาก อาซาร์ รวมถึงฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมนั้น บอกเลยว่าตอนนี้เขาคือคนเก่งที่สุดของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” สตีวี่จี กล่าว

“และการที่ทำผลงานเหนือชั้นจนต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้ได้ในการแข่งขันรายการใหญ่อย่าง ยูฟา แชมเปียนส์ลีก จะเป็นการล่อให้ทีมอย่าง บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด พยายามซื้อไปอยู่ด้วยแน่”

“ผมพูดออกมาแบบนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด คงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นักในฐานะที่เป็นสาวกสิงห์บลู (แลมพ์นั่งอยู่ข้าง ๆ ตอนพูด)”

“อย่างไรก็ตาม มันคือสถานการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ เพราะหากนักเตะคนไหนฟอร์มแจ่มโดดเด่นจริง สองทีมที่ว่าจะมาแน่นอน”สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันผู้ยิ่งยงของ ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์ชื่นชม เอเดน อาซาร์ ปีกดาวดังของ เชลซี ว่าเก่งสุดในลีกอังกฤษ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องระวังการเข้ามาตามจีบของ บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ให้ดี

“เมื่อผมเห็นความมั่นใจ และออร่าที่เปล่งประกายออกมาจาก อาซาร์ รวมถึงฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมนั้น บอกเลยว่าตอนนี้เขาคือคนเก่งที่สุดของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” สตีวี่จี กล่าว

“และการที่ทำผลงานเหนือชั้นจนต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้ได้ในการแข่งขันรายการใหญ่อย่าง ยูฟา แชมเปียนส์ลีก จะเป็นการล่อให้ทีมอย่าง บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด พยายามซื้อไปอยู่ด้วยแน่”

“ผมพูดออกมาแบบนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด คงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นักในฐานะที่เป็นสาวกสิงห์บลู (แลมพ์นั่งอยู่ข้าง ๆ ตอนพูด)”

“อย่างไรก็ตาม มันคือสถานการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ เพราะหากนักเตะคนไหนฟอร์มแจ่มโดดเด่นจริง สองทีมที่ว่าจะมาแน่นอน”

สมัคร SBOBET หมดเปลือก ! ริโอ เผย 2 คู่แข่ง 2 เพื่อนร่วมทีม ที่เก่งสุดในชีวิตตัวเอง

สมัคร SBOBET

ริโอ เฟอร์ดินาน อดีตปราการหลังตัวเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์เปิดอกแล้วว่าใครคือ 2 สุดยอดแข้งที่เคยต่อสู้ด้วย และใครคือ 2 เพื่อนร่วมทีมที่ดีสุดบนเส้นทางค้าแข้งที่ผ่านมา

สมัคร SBOBET เมื่อผู้สื่อข่าวได้ยิงคำถามไปให้ ริโอ ว่า ใครคือคู่ต่อสู้ในตำแหน่งกองหน้าที่เก่งกาจสุด ๆ จนรับมือแทบไม่ไหวตลอดเส้นทางค้าแข้ง ก็ได้รับคำตอบว่า

“โรนัลโด้ ที่เป็นคนบราซิลนั่นแหละ ส่วนอีกหนึ่งยังไงก็ต้องยอมรับคือ ลีโอเนล เมสซี ชายคนนี้เป็นนักฟุตบอลที่สุดยอดของจริง” ริโอ กล่าว

เท่านี้ยังไม่พอ คำถามต่อไปที่สื่อตั้งให้น่าจะถูกใจสาวกปีศาจแดงกันไม่น้อย เพราะมีอยู่ว่า “ใครคือเพื่อนร่วมทีมที่เก่งสุดของ ริโอ ในช่วงที่ยังค้าแข้งอยู่ ?”

“ผมคิดว่าน่าจะเป็น พอล สโคลส์ กับ คริสเตียโน โรนัลโด้ เพราะเจ้าสโคลส์ซี่ มีพรสวรรค์ที่สูงส่งมากจนต้องรู้สึกทึ่ง ส่วน โรนัลโด้ เขาคือตัวจบสกอร์ที่พร้อมทำลายล้างแนวรับของคู่ต่อสู้ได้ทุกทีม”ริโอ เฟอร์ดินาน อดีตปราการหลังตัวเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์เปิดอกแล้วว่าใครคือ 2 สุดยอดแข้งที่เคยต่อสู้ด้วย และใครคือ 2 เพื่อนร่วมทีมที่ดีสุดบนเส้นทางค้าแข้งที่ผ่านมา

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ยิงคำถามไปให้ ริโอ ว่า ใครคือคู่ต่อสู้ในตำแหน่งกองหน้าที่เก่งกาจสุด ๆ จนรับมือแทบไม่ไหวตลอดเส้นทางค้าแข้ง ก็ได้รับคำตอบว่า

“โรนัลโด้ ที่เป็นคนบราซิลนั่นแหละ ส่วนอีกหนึ่งยังไงก็ต้องยอมรับคือ ลีโอเนล เมสซี ชายคนนี้เป็นนักฟุตบอลที่สุดยอดของจริง” ริโอ กล่าว

เท่านี้ยังไม่พอ คำถามต่อไปที่สื่อตั้งให้น่าจะถูกใจสาวกปีศาจแดงกันไม่น้อย เพราะมีอยู่ว่า “ใครคือเพื่อนร่วมทีมที่เก่งสุดของ ริโอ ในช่วงที่ยังค้าแข้งอยู่ ?”

“ผมคิดว่าน่าจะเป็น พอล สโคลส์ กับ คริสเตียโน โรนัลโด้ เพราะเจ้าสโคลส์ซี่ มีพรสวรรค์ที่สูงส่งมากจนต้องรู้สึกทึ่ง ส่วน โรนัลโด้ เขาคือตัวจบสกอร์ที่พร้อมทำลายล้างแนวรับของคู่ต่อสู้ได้ทุกทีม”